Tuesday, 11 December 2012

เรื่องของยางรถยนต์


รูปจากอินเตอร์เนท

ควรเปลี่ยนยางเมื่อไหร่ดี
การใช้ยางอย่างปกติ (ไม่บุกป่า ฝ่าดง วิ่งถนนลูกรัง บรรทุกเกิน ตกหลุมตกบ่อ ฯลฯ) บริษัท ผู้ผลิตยางบอกเราว่า โดยปกติ ถ้าหากยางรถยนต์ได้รับการดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกต้อง เราสามารถใช้งานได้จนกระทั่งดอกยางสึกหรอเหลือต่ำสุด 1.6 มิลลิเมตร สามารถสังเกตง่ายๆได้จาก จุดสามเหลี่ยมเล็กๆ 6 จุดบนไหล่ยางแต่ละด้านเมื่อเจอสัญลักษณ์นี้แล้ว ให้มองตรงขึ้นไป ที่หน้ายาง และมองลึกลงไปที่ร่องดอกยาง ก็จะพบสันนูนที่ร่องยาง ซึ่งเรียกว่า สะพานยางและเมื่อไหร่ที่ดอกยางสึก ไปถึงสะพานยาง นั่นแสดงว่ายางหมดอายุการใช้งาน ก็ควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่ได้ทันที แต่ถึงแม้ยางไม่หมดอายุแต่เกิดการบวมล่อนขึ้น บริเวณส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น ที่หน้ายาง หรือ ไหล่ยาง ก็ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีเช่นกัน เพราะหากยังใช้ต่อไป ยางอาจแตกระเบิดได้ หรือถ้าเกิดบาดแผลขึ้น โดยแผลนั้นมีความลึกไปถึงโครงสร้างยางภายใน และมีความกว้างของบาดแผลมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แผลบริเวณแก้มยาง ห้ามทำการปะซ่อมและนำมาใช้งานเด็ดขาด ควรเปลี่ยนยางใหม่โดยด่วนทันที

สำหรับท่านที่ต้องการจะทราบถึงอายุการใช้งาน เป็นระยะทางที่วิ่งได้เป็นเลขกิโลเมตรนั้น คงจะไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัด ว่าสมควรเปลี่ยนยางเส้นใหม่หรือยัง เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการ ที่ทำให้เกิดการสึกหรอของดอกยางของผู้ใช้แต่ละคน ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น การบรรทุกน้ำหนัก ความดันลมยาง ความเร็วในการขับขี่ สภาพผิวถนน อุณหภูมิสภาพอากาศ ระบบช่วงล่างรถยนต์และศูนย์ล้อ รวมไปถึงการหยุดรถและการออกรถ เป็นต้น ทางที่ดีควรหมั่นตรวจสอบสภาพยางรถยนต์ อย่างสม่ำเสมอ จะเป็นการดีกว่า ทั้งนี้ ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนที่คุณรัก

ดอกยางกับร่องยาง
ยางรถยนต์โดยปกติแล้ว จะมี ทั้งดอกยางกับร่องยาง แต่ว่าอาจจะยกเว้นสำหรับรถแข่ง บนพื้นที่เรียบที่ไม่ต้องการร่องยาง จึงมีเฉพาะหน้ายางที่แบนเรียบเพื่อช่วยในการยึดถนนอย่างเดียว

หน้าที่ของดอกยางคือจะทำหน้าที่ในการยึดถนนให้รถเกาะติดถนน ส่วนหน้าที่ของร่องยางคือจะทำหน้าที่ในการรีดน้ำของไปจากหน้ายางทำให้ดอกยางมีพื้นที่ในการเกาะถนนมากขึ้น

สรุปคร่าวๆ ว่า ดอกยางจะช่วยในการยึดถนน และร่องยางจะใช้ในการรีดน้ำออกจากหน้ายางเพื่อให้ดอกยางสัมผัสกับผิวถนนได้มากขึ้น บางคนอาจสงสัยว่าถ้ารถไม่มีร่องยางหรือยางสึกจนร่องจะไม่มีแล้วจะเป็นยังงัย รถถ้าไม่มีร่องยางเวลาขับไปบนถนนที่เปียกน้ำ ในช่วงฝนตก หรือถนนที่ลื่นมาก จะทำให้รถเหินน้ำได้ เพราะน้ำจะกลายเป็นเหมือนกับฟิล์มกั้นระหว่างยางรถยนต์กับ พื้นถนน ทำให้รถไม่สามารถเกาะติดถนนได้ ทำให้ลื่นไถลได้ง่าย ดังนั้นในการขับขี่รถปัจจุบัน ยางรถยนต์จึงจำเป็นต้องมีทั้งดอกยากและร่องยาง คู่กันเสมอ

ที่มา : http://www.bridgestone.co.th/

No comments:

Post a Comment