Friday, 7 September 2012

เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้รถ


รูปจากอินเตอร์เนท

มีเรื่องต่างๆ มากมายที่คนไทยเราเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้รถ ลองดูกันครับว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

9 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้รถมากที่สุด

     1. ยกก้านไม้ปัดน้ำฝนเพราะเชื่อว่ายืดอายุยางปัดน้ำฝน ... การยกก้านไม้ปัดน้ำฝนทำให้สปริงของก้านนั้นยืดออกตลอดเวลาที่กางทำให้อายุการใช้งานสั้นลง ซึ่งชุดของสปริงปัดน้ำฝนนั้นมีมอเตอร์อยู่ด้วยราคาแพงกว่ายางปัดน้ำฝนมาก  ถ้าเสียขึ้นมาอาจต้องเปลี่ยนยกชุด

     2. ข้ามแยกต้องเปิดไฟฉุกเฉินในกรณีที่แยกนั้นไม่มีไฟแดง ...  การข้ามแยกถ้าเปิดไฟฉุกเฉินนั้นอันตรายมากทีเดียว ลองคิดดูนะครับ เช่น ถ้าคุณเปิดไฟฉุกเฉินแล้วรถฝั่งซ้ายของคุณคิดว่าคุณเลี้ยวซ้ายแล้วขับตรงออกมา จะเกิดอะไรขึ้น.
ไฟฉุกเฉินนั้นใช้สำหรับรถที่จอดเสียอยู่เท่านั้นเพื่อบอกให้รถคันหลังรู้ว่ามีรถเสียอยู่ให้ขับผ่านไปได้ทั้ง่ายและขวาเลย หรือเป็นสัญญาณที่บอกว่ารถเราเสียรอความช่วยเหลืออยู่ก็ได้ ครับ

     3.เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อฝนตกหรือหมอกลงจัด ... เช่นเดียวกับข้อ 2 เมื่อฝนตกหรือหมอกลงจัดห้ามเปิดไฟฉุกเฉิน ให้เปิดไฟหน้าและเว้นระยะห่างระหว่างคันเรากับคันข้างหน้าพอสมควร (ต้องเผื่อกรณีเบรคกระทันหันด้วย)

     4. เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ออกรถได้เลย ... เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วให้รอให้เครื่องร้อนสักแป๊บหนึ่ง เพราะว่าเมื่อสตาร์ทเครื่องในสภาวะที่เครื่องยังเย็นตัวอยู่ มีผลให้ ไอของเชื้อเพลิงจะที่มีความเข้มข้นสูงไปเกาะที่กระบอกสูบ และละลายปนไปกับน้ำมันเครื่องทำให้การหล่อลื่นระหว่างแหวนกับกระบอกสูบไม่เพียงพอทำให้เกิดการสึกหรอขึ้นในเครื่องยนต์

     5. ควรใช้ผ้าคลุมรถไว้ตลอดเวลาหรือเพื่อป้องกันฝุ่น ... การใช้ผ้าคลุมรถไว้ตลอดเวลานั้นมีข้อเสียมากกว่าข้อดี เช่น กรณีที่ มีฝุ่นหรือเมื่อขับรถมาจอดแล้วมีฝุ่นติดรถอยู่ เมื่อทำการคลุมรถ ก็จะคลุมฝุ่นรถเข้าไปด้วยทำให้เวลามีลมพัดหรือเปิดผ้าคลุมรถ จะทำให้เม็ดฝุ่นพวกนั้น(อาจเป็นก้อนกรวดก้อนทราย) เสียดสีไปกับรถ ทำให้เป็นรอยได้ง่ายๆ เลยทีเดียว เราควรจะคลุมรถเมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น หลังจากล้างรถเสร็จแล้ว หรือ เมื่อไม่ได้ใช้รถเป็นเวลานานๆ ก็ควรคลุมไว้

      6. หลังจากกลับมาจากขับรถทางไกลแล้วดับเครื่องขึ้นบ้านนอนได้เลย ... หลังจากกลับมาระยะทางไกลๆ ควร รอสักครู่หนึ่งก่อนที่จะดับเครื่อง และพอดับเครื่องแล้วให้เปิดฝากระโปรงหน้า เพื่อช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์และสายไฟ ซึ่งจะช่วยให้สายไฟและเครื่องยนต์ต่างๆ มีอายุการใช้งานนานขึ้นด้วย

      7. หลังจากปะยางรถมาแล้วก็ขับขี่รถได้เลยไม่ต้องทำอะไรอีก ... หลังจากปะยางรถมาแล้วต้องทำการถ่วงล้อที่ศูนย์บริการถ่วงล้อทุกครั้ง เพราะไม่งั้นถ้าขับรถที่ความเร็วสูงรถจะสั่นเนื่องจากล้อไม่สมดุลกัน

      8. หลังจากชนกันก็ให้ช่างซ่อมแค่นั้นนี่ ... ควรตรวจสอบการเก็บงานของช่างรวมทั้งเช็คศูนย์ของรถด้วย เพราะรถโดนชนศูนย์อาจเสียได้

      9. ใช้ไฟตัดหมอกสิดีเห็นชัดดี ... ไฟตัดหมอกจริงๆแล้วก็คือสปอตไลท์ย่อส่วนดีๆ นั่นเอง ไฟตัดหมอกควรใช้เมื่อวิสัยทัศแย่จริงๆ เท่านั้น เช่น ตอนฝนตกหนักมากๆ หรือตอนหน้าหนาวหมอกลงจัด ก็ควรใช้ เพราะช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ ไฟตัดหมอกนั้นมีความสว่างที่สูงมากอาจแยงตาทำให้เกิดอันตรายกับผู้ขับขี่ท่านอื่น ได้ และใช้ไฟตัดหมอกโดยที่ไม่มีเหตุอันควร ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นอาจมีโทษให้โดนปรับ 500 บาท ได้นะครับ

เทคนิคขับรถประหยัดน้ำมัน


รูปจากอินเตอร์เนท

ไม่ว่ารถคุณจะเป็นรถอะไร แต่การขับรถเพื่อประหยัดน้ำมันนั้นใช้ได้กับรถทุกคัน และทุกประเภทเชื้อเพลิงด้วย มาแนะนำวิธีการขับรถประหยัดน้ำมันครับ ทุกวันนี้ค่าเชื้อเพลิงแพงขึ้นทุกวัน (ค่าน้ำมัน ค่าแก็ส)  เราคนใช้รถใช้ถนน ยังงัยก็ตามไม่มีทางเลือกแพงแค่ไหนก็ต้องสู้ครับ ...  (สู้ ว้อย...)
ผมได้รวบรวมวิธีการขับรถเพื่อประหยัดน้ำมันมาฝากกันครับ บางข้ออาจรู้แล้วก็ดูข้ออื่นกันไปนะครับ

เทคนิคการขับรถให้ประหยัดน้ำมัน นั้น มีอยู่หลายวิธีด้วย
  1. เลือกใช้รถที่มีกำลังเครื่องต่ำ  เพราะกำลังเครื่องที่ต่ำจะกินน้ำมันน้อยกว่ากำลังเครื่องสูง สั่งเกตุจาก อีโก้คาร์ จะมีแต่กำลังต่ำๆ ทั้งนั้นเลย หรือเลือกใช้รถที่เป็นระบบ hybrid จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 10% เลยทีเดียว
  2. เติมลมยางให้มากกว่าที่คู่มือระบุ 5 ปอร์น  เช่นคู่มือบอกเติมคู่หน้า 32 คู่หลัง 30 ก็เติมเป็น คู่หน้า 37 คู่หลัง 35 ก็จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น แต่เติมมากเกินไปก็ไม่ดีนะครับเสี่ยงต่อยางระเบิดได้)
  3. ในรถแต่ละรุ่นในคู่มือรถจะบอกถึงอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุด  เช่น รถคันนี้ประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ความเร็ว 80 กม/ชม เป็นต้น โดยพยายามขับให้ได้ความเร็วตามระบุแต่ก็ต้องคำนึงกฎหมายเป็นสำคัญกว่าว่ากฎหมายระบุให้ขับได้ไม่เกินเท่าไหร่
  4. เอาสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถ  (พวกตุ๊ก ตาขวดน้ำ ฯลฯ) จะทำให้รถเบาขึ้นและกินน้ำมันน้อยลง
  5. ทางเดียวกันไปด้วยกัน ก็ประหยัดน้ำมันได้มากเลยทีเดียวไม่ต้องเปลืองน้ำมันรถคันที่ 2 ด้วย
  6. ปรับความเย็นแอร์พอเหมาะ  ก็ช่วยประหยัดน้ำมันได้นะ ถ้าปิดแอร์ได้ก็ประหยัดสุดๆ เลย
  7. ปิดแอร์ก่อนถึงที่หมาย  500 เมตร ถึงแม้ปิดแอร์ก่อนถึงที่หมายแต่ความเย็นของแอร์ก็ยังอยู่
  8. ขับรถด้วยความเร็วคงที่  จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ 
  9. พยายามเหยีบเบรคให้น้อย  (แต่ถ้าฉุกเฉินก็เต็มที่ได้เลยนะ) ให้กะระยะจากรถหรือถนน ข้างหน้าให้ดี เพื่อให้มีการเหยียบเบรคน้อยที่สุด เพราะทุกครั้งที่มีการเหยีบเบรค จะทำให้เครื่องเสียกำลัง และกินน้ำมันมากขึ้นเมื่อต้องเร่งให้ได้ความเร็วเท่าเดิม
  10. วางแผนก่อนการเดินทาง  ตั้ง GPS ได้เลยก็ดี เพื่อกันหลงทางจะได้ไม่เสียเวลาและเสียน้ำมันโดยไม่จำเป็น
  11. เข้าศูนย์ตรวจสอบ  อยู่เสมอเมื่อพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์
  12. ให้เติมน้ำมันรถช่วงตอนเช้ามืด  ไม่เกิน 8.00 น. เพราะอากาศจะเย็นน้ำมันหดตัวทำให้เติมได้ปริมาณน้ำมันมากกว่าตอนอากาศร้อนถึง 2% เลยทีเดียว
  13. ใช้เกียร์รถให้เหมาะกับความเร็วรถ  ถ้าเกียร์ธรรมดา อย่าลากเกียร์ ให้เปลี่ยนเกียร์เมื่อถึงรอบที่เหมาะสม
  14. รถเกียร์ออโต้ ใช้เกียร์ตำแหน่ง D D1  และ D2 ให้เป็นประโยชน์  เช่น ขับทางตรงลาดยาวธรรมดาก็ใช้ D แต่ถ้าขับขึ้นเขาหรือลงเขาให้ใช้ D1 หรือ D2 แล้วแต่ความลาดชันของ ถนน ซึ่งประหยัดและปลอดภัยกว่าการใช้ D ตลอดทั้งเส้นทางแน่นอน
  15. เมื่อถึงที่หมายให้เปิดกระโปรงหน้ารถทิ้งไว้สักครึ่งชั่วโมง  เพื่อช่วยระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ออกไปทำให้สายไฟหรือท่อต่างๆที่อยู่ในห้องเครืองให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น