รูปจากอินเตอร์เนท
มีเรื่องต่างๆ มากมายที่คนไทยเราเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้รถ ลองดูกันครับว่ามีเรื่องอะไรบ้าง
9 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้รถมากที่สุด
1. ยกก้านไม้ปัดน้ำฝนเพราะเชื่อว่ายืดอายุยางปัดน้ำฝน ... การยกก้านไม้ปัดน้ำฝนทำให้สปริงของก้านนั้นยืดออกตลอดเวลาที่กางทำให้อายุการใช้งานสั้นลง ซึ่งชุดของสปริงปัดน้ำฝนนั้นมีมอเตอร์อยู่ด้วยราคาแพงกว่ายางปัดน้ำฝนมาก ถ้าเสียขึ้นมาอาจต้องเปลี่ยนยกชุด
2. ข้ามแยกต้องเปิดไฟฉุกเฉินในกรณีที่แยกนั้นไม่มีไฟแดง ... การข้ามแยกถ้าเปิดไฟฉุกเฉินนั้นอันตรายมากทีเดียว ลองคิดดูนะครับ เช่น ถ้าคุณเปิดไฟฉุกเฉินแล้วรถฝั่งซ้ายของคุณคิดว่าคุณเลี้ยวซ้ายแล้วขับตรงออกมา จะเกิดอะไรขึ้น.
ไฟฉุกเฉินนั้นใช้สำหรับรถที่จอดเสียอยู่เท่านั้นเพื่อบอกให้รถคันหลังรู้ว่ามีรถเสียอยู่ให้ขับผ่านไปได้ทั้ง่ายและขวาเลย หรือเป็นสัญญาณที่บอกว่ารถเราเสียรอความช่วยเหลืออยู่ก็ได้ ครับ
3.เปิดไฟฉุกเฉินเมื่อฝนตกหรือหมอกลงจัด ... เช่นเดียวกับข้อ 2 เมื่อฝนตกหรือหมอกลงจัดห้ามเปิดไฟฉุกเฉิน ให้เปิดไฟหน้าและเว้นระยะห่างระหว่างคันเรากับคันข้างหน้าพอสมควร (ต้องเผื่อกรณีเบรคกระทันหันด้วย)
4. เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ออกรถได้เลย ... เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วให้รอให้เครื่องร้อนสักแป๊บหนึ่ง เพราะว่าเมื่อสตาร์ทเครื่องในสภาวะที่เครื่องยังเย็นตัวอยู่ มีผลให้ ไอของเชื้อเพลิงจะที่มีความเข้มข้นสูงไปเกาะที่กระบอกสูบ และละลายปนไปกับน้ำมันเครื่องทำให้การหล่อลื่นระหว่างแหวนกับกระบอกสูบไม่เพียงพอทำให้เกิดการสึกหรอขึ้นในเครื่องยนต์
5. ควรใช้ผ้าคลุมรถไว้ตลอดเวลาหรือเพื่อป้องกันฝุ่น ... การใช้ผ้าคลุมรถไว้ตลอดเวลานั้นมีข้อเสียมากกว่าข้อดี เช่น กรณีที่ มีฝุ่นหรือเมื่อขับรถมาจอดแล้วมีฝุ่นติดรถอยู่ เมื่อทำการคลุมรถ ก็จะคลุมฝุ่นรถเข้าไปด้วยทำให้เวลามีลมพัดหรือเปิดผ้าคลุมรถ จะทำให้เม็ดฝุ่นพวกนั้น(อาจเป็นก้อนกรวดก้อนทราย) เสียดสีไปกับรถ ทำให้เป็นรอยได้ง่ายๆ เลยทีเดียว เราควรจะคลุมรถเมื่อจำเป็นเท่านั้น เช่น หลังจากล้างรถเสร็จแล้ว หรือ เมื่อไม่ได้ใช้รถเป็นเวลานานๆ ก็ควรคลุมไว้
6. หลังจากกลับมาจากขับรถทางไกลแล้วดับเครื่องขึ้นบ้านนอนได้เลย ... หลังจากกลับมาระยะทางไกลๆ ควร รอสักครู่หนึ่งก่อนที่จะดับเครื่อง และพอดับเครื่องแล้วให้เปิดฝากระโปรงหน้า เพื่อช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์และสายไฟ ซึ่งจะช่วยให้สายไฟและเครื่องยนต์ต่างๆ มีอายุการใช้งานนานขึ้นด้วย
7. หลังจากปะยางรถมาแล้วก็ขับขี่รถได้เลยไม่ต้องทำอะไรอีก ... หลังจากปะยางรถมาแล้วต้องทำการถ่วงล้อที่ศูนย์บริการถ่วงล้อทุกครั้ง เพราะไม่งั้นถ้าขับรถที่ความเร็วสูงรถจะสั่นเนื่องจากล้อไม่สมดุลกัน
8. หลังจากชนกันก็ให้ช่างซ่อมแค่นั้นนี่ ... ควรตรวจสอบการเก็บงานของช่างรวมทั้งเช็คศูนย์ของรถด้วย เพราะรถโดนชนศูนย์อาจเสียได้
9. ใช้ไฟตัดหมอกสิดีเห็นชัดดี ... ไฟตัดหมอกจริงๆแล้วก็คือสปอตไลท์ย่อส่วนดีๆ นั่นเอง ไฟตัดหมอกควรใช้เมื่อวิสัยทัศแย่จริงๆ เท่านั้น เช่น ตอนฝนตกหนักมากๆ หรือตอนหน้าหนาวหมอกลงจัด ก็ควรใช้ เพราะช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ ไฟตัดหมอกนั้นมีความสว่างที่สูงมากอาจแยงตาทำให้เกิดอันตรายกับผู้ขับขี่ท่านอื่น ได้ และใช้ไฟตัดหมอกโดยที่ไม่มีเหตุอันควร ถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นอาจมีโทษให้โดนปรับ 500 บาท ได้นะครับ

No comments:
Post a Comment